วิเคราะห์ 4 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ใครจะเข้าชิง ทะลุแชมป์

ในที่สุดศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 ก็เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศกันแล้ว โดย 4 ทีมที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนสามารถก้าวมาถึงรอบนี้ได้ ประกอบด้วย “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี, แอร์เบ ไลป์ซิก อีกทีมแกร่งจากบุนเดสลีกา และ 2 สโมสรดังจากลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง กับ โอลิมปิก ลียง

ผลงานในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้ ของทั้ง 4 ทีม ฟันธงบอลวันนี้

เล่นกันเองแล้ว “ลีดส์” จ้องคว้า 2 แนวรุกหงส์แดงเติมโหด
เฟิง คุณ อดีตมือเซตทีมชาติจีน แนะตบสาวไทยควรเล่นเร็วขึ้นและซ้อมให้หนัก
สื่อดังเผย “แมนยูฯ” อาจล้มดีล “ซานโช” หนึ่งปัจจัยหลักส่งผลกระทบโดยตรง
บาเยิร์น มิวนิก

บาเยิร์น มิวนิก ภายใต้การคุมทัพของ ฮันซี ฟลิก เทรนเนอร์มาดเฮี้ยบ ระเบิดฟอร์มสุดดุดันสมฉายาเสือใต้ เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มบี จากนั้นรอบ 16 ทีม เอาชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 7-1 (นัดแรกบุกชนะ 3-0, นัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 4-1) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะสร้างมหกรรมยำใหญ่ไล่ยำ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ยอดทีมจาก ลา ลีกา สเปน ไปอย่างย่อยยับ 8-2 ผ่านไปสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 9 นัด ยิงได้ 39 ประตู เสีย 8 ประตู

ปารีส แซงต์ แชร์แมง

ปารีส แซงต์ แชร์แมง หรือที่แฟนบอลรู้จักกันดีในชื่อ “เปแอสเช” ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล มีผลงานที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มเอ จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2 (นัดแรกบุกแพ้ 1-2, นัดที่สองเปิดบ้านชนะ 2-0) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะยิงแซงเอาชนะ อตาลันตา ม้ามืดจากกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ไปแบบหวุดหวิด 2-1 ลิ่วไปสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 7 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 1 นัด กระหน่ำไป 22 ประตู เสียไป 5 ประตู

โอลิมปิก ลียง ฟันธงบอลวันนี้

โอลิมปิก ลียง ภายใต้การคุมทีมของ รูดี การ์เซีย โชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยม เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มจี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย พิชิตโคตรทีมแห่ง กัลโช เซเรีย อา อิตาลี อย่าง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ด้วยกฎอเวย์โกล หลังสกอร์รวม 2 นัด เสมอกัน 2-2 หลังจากนัดแรกชนะ 1-0 และนัดที่สองบุกไปแพ้ 1-2 ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะหักปากกาเซียนโค่นเต็ง 1 อย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 3-1 ทะลุเผ่านาสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 4 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 3 นัด ซัดไป 14 ประตู เสีย 11 ประตู

แอร์เบ ไลป์ซิก

แอร์เบ ไลป์ซิก ภายใต้การคุมทีมของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ม้ามืดจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่ผ่านเผ่านาสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ เส้นทางพวกเขาเริ่มจากคว้าแชมป์กลุ่มจี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-0 (นัดแรกบุกชนะ 1-0, นัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 3-0) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะเฉือนเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ทีมจาก ลา ลีกา สเปน ไป 2-1 ทะลุสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 6 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 1 นัด ทำได้ 17 ประตู เสียไป 9 ประตู

โปรแกรมรอบรองชนะเลิศ ฟันธงบอลวันนี้

แอร์เบ ไลป์ซิก พบ ปารีส แซงต์-แชร์แมง (สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ) : วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2563

โอลิมปิก ลียง พบ บาเยิร์น มิวนิก (สนาม เอสตาดิโอ โชเซ อัลวาลาด) :- วันพุธที่ 19 สิงหาคม :

วิเคราะห์คู่แรก: แอร์เบ ไลป์ซิก พบ ปารีส แซงต์แชร์แมง

ถือเป็นแมตช์ที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก เมื่อทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่นำมาโดย เนย์มาร์ ยอดกองหน้าทีมชาติบราซิล และ คีเลียน เอ็มบัปเป แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสดีกรีแชมป์บอลโลก 2018 ต้องมาปะทะแข้งกับม้ามืดอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ที่ทะลุเผ่านาถึงรอบนี้ได้แบบเหนือความคาดหมาย ในส่วนของรูปเกม คาดว่าจะเป็น เปแอสเช ที่น่าจะทำได้เหนือกว่าในแง่ของการครองบอล และเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ แอร์เบ ไลป์ซิก เป็นบอลที่เน้นSystemทีมเวิร์ก ช่วยกันทั้งทีม ไม่พึ่งพานักเตะคนไหนเป็นพิเศษ และจะพยายามหาจังหวะสวนกลับ ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาทำได้ดี โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง และการสอดขึ้นมาจบสกอร์ของ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ส่วนเกมรับก็เหนียวแน่นสุดๆ โดยเฉพาะ ดาโยต์ อูปาเมกาโน ปราการหลังชาวฝรั่งเศส ที่กลายเป็นที่หมายปองของบรรดาสโมสรใหญ่ในยุโรป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพอบดกันไปแล้วจะเป็น ปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่เอาชนะไปได้แบบหวุดหวิด ด้วยความเฉียบคมของแนวรุก และผ่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

วิเคราะห์คู่ที่สอง โอลิมปิก ลียง พบ บาเยิร์น มิวนิก

เกมนี้เชื่อว่าหลายข้างยกให้ บาเยิร์น มิวนิก เป็นทีมเต็งที่จะได้รับชัยชนะ เพราะเวลานี้ขุมกำลังของพวกเขากำลังอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดในหลายตำแหน่ง เริ่มจากฟูลแบ็กซ้าย-ขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ที่เติมเกมรุกดุดันดีเหลือเกิน ต่อด้วยคู่มิดฟิลด์ ติอาโก อัลคันทารา กับ เลออน โกเรตซ์กา ก็ประสานงานกันได้อย่างพอดี ซึ่งจะได้เห็นจากเกมที่เอาชนะบาร์เซโลนา ที่พวกเขาทำเอาแผงมิดฟิลด์ของบาร์ซาแทบจะไร้ตัวตนเลยทีเดียว ส่วน โธมัส มุลเลอร์ ในตำแหน่งกองกลางตัวรุกก็สร้างสรรค์เกมได้ยอดเยี่ยมมาก และถ้าเผลอก็อาจจะโดนเขาทำประตูได้เช่นกัน ขณะที่ริมเส้นซ้าย-ขวา อิวาน เปริซิช กับ แซร์จ กนาบรี ก็กระชากผ่านคู่แข่งได้เก่งสุดๆ ปิดท้ายที่จอมถล่มประตูประจำทีม โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ที่เป็นฝันร้ายของกองหลังทุกคน

ด้าน โอลิมปิก ลียง ถือเป็นทีมที่เล่นเกมสวนกลับได้ดี และชอบมีการจ่ายบอลตัดหลังแนวรับคู่แข่งให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยรอบรองชนะเลิศ เชื่อว่า รูดี การ์เซีย น่าจะส่ง มุสซา เดมเบเล กองหน้าชาวฝรั่งเศส ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงก่อน เมมฟิส เดปาย ภายหลังที่ เดมเบเล ลงมาเป็นผู้เล่นสำรองแล้วทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทีมเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาในรอบที่แล้ว นอกจากนี้ ฮุสเซม อูอาร์ ก็เป็นอีกแข้งคนสำคัญในแดนกลางของลียง เพราะมีการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม และสร้างสรรค์เกมรุกได้ดีอีกด้วย แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะเป็น บาเยิร์น มิวนิก ที่ครบเครื่องกว่าในทุกตำแหน่ง และจะเอาชนะ โอลิมปิก ลียง ตีตั๋วไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

วิเคราะห์นัดชิงชนะเลิศ (ถ้าหากขึ้นจริง) ปารีส แซงต์ แชร์แมง พบ บาเยิร์น มิวนิก

ถ้าคู่ชิงชนะเลิศปีนี้จะเป็นการดวลกันระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง กับ บาเยิร์น มิวนิก ก็ถือเป็นบิ๊กแมตช์เลยทีเดียว เพราะทั้งสองทีมต่างก็เป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศตัวเอง และจะเป็นเกมที่เข้มข้นอย่างแน่ๆ แต่อย่างที่ได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้ว่า บาเยิร์น มิวนิก คือทีมที่ค่อนข้างบริบูรณ์แบบในทุกๆ ตำแหน่ง สามารถโจมตีได้อย่างทุกทิศทุกทาง ต่างจาก เปแอสเช ที่ชอบใช้ความชำนาญเฉพาะตัวของนักเตะบางคนเท่านั้นในการเล่นงานเกมรับคู่แข่ง และความหลากหลายที่มากกว่า น่าจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ เสือใต้ มีโอกาสสูงสุดที่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้มาครอง

ในที่สุดศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 ก็เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศกันแล้ว โดย 4 ทีมที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนสามารถก้าวมาถึงรอบนี้ได้ ประกอบด้วย “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี, แอร์เบ ไลป์ซิก อีกทีมแกร่งจากบุนเดสลีกา และ 2 สโมสรดังจากลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง กับ โอลิมปิก ลียง

ผลงานในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้ ของทั้ง 4 ทีม

เล่นกันเองแล้ว “ลีดส์” จ้องคว้า 2 แนวรุกหงส์แดงเติมโหด
เฟิง คุณ อดีตมือเซตทีมชาติจีน แนะตบสาวไทยควรเล่นเร็วขึ้นและซ้อมให้หนัก
สื่อดังเผย “แมนยูฯ” อาจล้มดีล “ซานโช” หนึ่งปัจจัยหลักส่งผลกระทบโดยตรง
บาเยิร์น มิวนิก

บาเยิร์น มิวนิก ภายใต้การคุมทัพของ ฮันซี ฟลิก เทรนเนอร์มาดเฮี้ยบ ระเบิดฟอร์มสุดดุดันสมฉายาเสือใต้ เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มบี จากนั้นรอบ 16 ทีม เอาชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 7-1 (นัดแรกบุกชนะ 3-0, นัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 4-1) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะสร้างมหกรรมยำใหญ่ไล่ยำ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ยอดทีมจาก ลา ลีกา สเปน ไปอย่างย่อยยับ 8-2 ผ่านไปสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 9 นัด ยิงได้ 39 ประตู เสีย 8 ประตู

ปารีส แซงต์ แชร์แมง

ปารีส แซงต์ แชร์แมง หรือที่แฟนบอลรู้จักกันดีในชื่อ “เปแอสเช” ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล มีผลงานที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มเอ จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2 (นัดแรกบุกแพ้ 1-2, นัดที่สองเปิดบ้านชนะ 2-0) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะยิงแซงเอาชนะ อตาลันตา ม้ามืดจากกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ไปแบบหวุดหวิด 2-1 ลิ่วไปสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 7 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 1 นัด กระหน่ำไป 22 ประตู เสียไป 5 ประตู

โอลิมปิก ลียง

โอลิมปิก ลียง ภายใต้การคุมทีมของ รูดี การ์เซีย โชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยม เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มจี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย พิชิตโคตรทีมแห่ง กัลโช เซเรีย อา อิตาลี อย่าง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ด้วยกฎอเวย์โกล หลังสกอร์รวม 2 นัด เสมอกัน 2-2 หลังจากนัดแรกชนะ 1-0 และนัดที่สองบุกไปแพ้ 1-2 ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะหักปากกาเซียนโค่นเต็ง 1 อย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 3-1 ทะลุเผ่านาสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 4 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 3 นัด ซัดไป 14 ประตู เสีย 11 ประตู

แอร์เบ ไลป์ซิก

แอร์เบ ไลป์ซิก ภายใต้การคุมทีมของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ม้ามืดจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่ผ่านเผ่านาสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ เส้นทางพวกเขาเริ่มจากคว้าแชมป์กลุ่มจี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-0 (นัดแรกบุกชนะ 1-0, นัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 3-0) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะเฉือนเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ทีมจาก ลา ลีกา สเปน ไป 2-1 ทะลุสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 6 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 1 นัด ทำได้ 17 ประตู เสียไป 9 ประตู

โปรแกรมรอบรองชนะเลิศ

แอร์เบ ไลป์ซิก พบ ปารีส แซงต์-แชร์แมง (สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ) : วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2563

โอลิมปิก ลียง พบ บาเยิร์น มิวนิก (สนาม เอสตาดิโอ โชเซ อัลวาลาด) :- วันพุธที่ 19 สิงหาคม :

วิเคราะห์คู่แรก: แอร์เบ ไลป์ซิก พบ ปารีส แซงต์แชร์แมง

ถือเป็นแมตช์ที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก เมื่อทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่นำมาโดย เนย์มาร์ ยอดกองหน้าทีมชาติบราซิล และ คีเลียน เอ็มบัปเป แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสดีกรีแชมป์บอลโลก 2018 ต้องมาปะทะแข้งกับม้ามืดอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ที่ทะลุเผ่านาถึงรอบนี้ได้แบบเหนือความคาดหมาย ในส่วนของรูปเกม คาดว่าจะเป็น เปแอสเช ที่น่าจะทำได้เหนือกว่าในแง่ของการครองบอล และเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ แอร์เบ ไลป์ซิก เป็นบอลที่เน้นSystemทีมเวิร์ก ช่วยกันทั้งทีม ไม่พึ่งพานักเตะคนไหนเป็นพิเศษ และจะพยายามหาจังหวะสวนกลับ ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาทำได้ดี โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง และการสอดขึ้นมาจบสกอร์ของ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ส่วนเกมรับก็เหนียวแน่นสุดๆ โดยเฉพาะ ดาโยต์ อูปาเมกาโน ปราการหลังชาวฝรั่งเศส ที่กลายเป็นที่หมายปองของบรรดาสโมสรใหญ่ในยุโรป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพอบดกันไปแล้วจะเป็น ปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่เอาชนะไปได้แบบหวุดหวิด ด้วยความเฉียบคมของแนวรุก และผ่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

วิเคราะห์คู่ที่สอง โอลิมปิก ลียง พบ บาเยิร์น มิวนิก

เกมนี้เชื่อว่าหลายข้างยกให้ บาเยิร์น มิวนิก เป็นทีมเต็งที่จะได้รับชัยชนะ เพราะเวลานี้ขุมกำลังของพวกเขากำลังอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดในหลายตำแหน่ง เริ่มจากฟูลแบ็กซ้าย-ขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ที่เติมเกมรุกดุดันดีเหลือเกิน ต่อด้วยคู่มิดฟิลด์ ติอาโก อัลคันทารา กับ เลออน โกเรตซ์กา ก็ประสานงานกันได้อย่างพอดี ซึ่งจะได้เห็นจากเกมที่เอาชนะบาร์เซโลนา ที่พวกเขาทำเอาแผงมิดฟิลด์ของบาร์ซาแทบจะไร้ตัวตนเลยทีเดียว ส่วน โธมัส มุลเลอร์ ในตำแหน่งกองกลางตัวรุกก็สร้างสรรค์เกมได้ยอดเยี่ยมมาก และถ้าเผลอก็อาจจะโดนเขาทำประตูได้เช่นกัน ขณะที่ริมเส้นซ้าย-ขวา อิวาน เปริซิช กับ แซร์จ กนาบรี ก็กระชากผ่านคู่แข่งได้เก่งสุดๆ ปิดท้ายที่จอมถล่มประตูประจำทีม โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ที่เป็นฝันร้ายของกองหลังทุกคน

ด้าน โอลิมปิก ลียง ถือเป็นทีมที่เล่นเกมสวนกลับได้ดี และชอบมีการจ่ายบอลตัดหลังแนวรับคู่แข่งให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยรอบรองชนะเลิศ เชื่อว่า รูดี การ์เซีย น่าจะส่ง มุสซา เดมเบเล กองหน้าชาวฝรั่งเศส ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงก่อน เมมฟิส เดปาย ภายหลังที่ เดมเบเล ลงมาเป็นผู้เล่นสำรองแล้วทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทีมเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาในรอบที่แล้ว นอกจากนี้ ฮุสเซม อูอาร์ ก็เป็นอีกแข้งคนสำคัญในแดนกลางของลียง เพราะมีการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม และสร้างสรรค์เกมรุกได้ดีอีกด้วย แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะเป็น บาเยิร์น มิวนิก ที่ครบเครื่องกว่าในทุกตำแหน่ง และจะเอาชนะ โอลิมปิก ลียง ตีตั๋วไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

วิเคราะห์นัดชิงชนะเลิศ (ถ้าหากขึ้นจริง) ปารีส แซงต์ แชร์แมง พบ บาเยิร์น มิวนิก

ถ้าคู่ชิงชนะเลิศปีนี้จะเป็นการดวลกันระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง กับ บาเยิร์น มิวนิก ก็ถือเป็นบิ๊กแมตช์เลยทีเดียว เพราะทั้งสองทีมต่างก็เป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศตัวเอง และจะเป็นเกมที่เข้มข้นอย่างแน่ๆ แต่อย่างที่ได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้ว่า บาเยิร์น มิวนิก คือทีมที่ค่อนข้างบริบูรณ์แบบในทุกๆ ตำแหน่ง สามารถโจมตีได้อย่างทุกทิศทุกทาง ต่างจาก เปแอสเช ที่ชอบใช้ความชำนาญเฉพาะตัวของนักเตะบางคนเท่านั้นในการเล่นงานเกมรับคู่แข่ง และความหลากหลายที่มากกว่า น่าจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ เสือใต้ มีโอกาสสูงสุดที่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้มาครอง

ในที่สุดศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 ก็เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศกันแล้ว โดย 4 ทีมที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนสามารถก้าวมาถึงรอบนี้ได้ ประกอบด้วย “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี, แอร์เบ ไลป์ซิก อีกทีมแกร่งจากบุนเดสลีกา และ 2 สโมสรดังจากลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง กับ โอลิมปิก ลียง

ผลงานในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้ ของทั้ง 4 ทีม

เล่นกันเองแล้ว “ลีดส์” จ้องคว้า 2 แนวรุกหงส์แดงเติมโหด
เฟิง คุณ อดีตมือเซตทีมชาติจีน แนะตบสาวไทยควรเล่นเร็วขึ้นและซ้อมให้หนัก
สื่อดังเผย “แมนยูฯ” อาจล้มดีล “ซานโช” หนึ่งปัจจัยหลักส่งผลกระทบโดยตรง
บาเยิร์น มิวนิก

บาเยิร์น มิวนิก ภายใต้การคุมทัพของ ฮันซี ฟลิก เทรนเนอร์มาดเฮี้ยบ ระเบิดฟอร์มสุดดุดันสมฉายาเสือใต้ เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มบี จากนั้นรอบ 16 ทีม เอาชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 7-1 (นัดแรกบุกชนะ 3-0, นัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 4-1) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะสร้างมหกรรมยำใหญ่ไล่ยำ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ยอดทีมจาก ลา ลีกา สเปน ไปอย่างย่อยยับ 8-2 ผ่านไปสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 9 นัด ยิงได้ 39 ประตู เสีย 8 ประตู

ปารีส แซงต์ แชร์แมง

ปารีส แซงต์ แชร์แมง หรือที่แฟนบอลรู้จักกันดีในชื่อ “เปแอสเช” ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล มีผลงานที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มเอ จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2 (นัดแรกบุกแพ้ 1-2, นัดที่สองเปิดบ้านชนะ 2-0) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะยิงแซงเอาชนะ อตาลันตา ม้ามืดจากกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ไปแบบหวุดหวิด 2-1 ลิ่วไปสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 7 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 1 นัด กระหน่ำไป 22 ประตู เสียไป 5 ประตู

โอลิมปิก ลียง

โอลิมปิก ลียง ภายใต้การคุมทีมของ รูดี การ์เซีย โชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยม เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มจี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย พิชิตโคตรทีมแห่ง กัลโช เซเรีย อา อิตาลี อย่าง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ด้วยกฎอเวย์โกล หลังสกอร์รวม 2 นัด เสมอกัน 2-2 หลังจากนัดแรกชนะ 1-0 และนัดที่สองบุกไปแพ้ 1-2 ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะหักปากกาเซียนโค่นเต็ง 1 อย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 3-1 ทะลุเผ่านาสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 4 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 3 นัด ซัดไป 14 ประตู เสีย 11 ประตู

แอร์เบ ไลป์ซิก

แอร์เบ ไลป์ซิก ภายใต้การคุมทีมของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ม้ามืดจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่ผ่านเผ่านาสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ เส้นทางพวกเขาเริ่มจากคว้าแชมป์กลุ่มจี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-0 (นัดแรกบุกชนะ 1-0, นัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 3-0) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะเฉือนเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ทีมจาก ลา ลีกา สเปน ไป 2-1 ทะลุสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 6 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 1 นัด ทำได้ 17 ประตู เสียไป 9 ประตู

โปรแกรมรอบรองชนะเลิศ

แอร์เบ ไลป์ซิก พบ ปารีส แซงต์-แชร์แมง (สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ) : วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2563

โอลิมปิก ลียง พบ บาเยิร์น มิวนิก (สนาม เอสตาดิโอ โชเซ อัลวาลาด) :- วันพุธที่ 19 สิงหาคม :

วิเคราะห์คู่แรก: แอร์เบ ไลป์ซิก พบ ปารีส แซงต์แชร์แมง

ถือเป็นแมตช์ที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก เมื่อทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่นำมาโดย เนย์มาร์ ยอดกองหน้าทีมชาติบราซิล และ คีเลียน เอ็มบัปเป แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสดีกรีแชมป์บอลโลก 2018 ต้องมาปะทะแข้งกับม้ามืดอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ที่ทะลุเผ่านาถึงรอบนี้ได้แบบเหนือความคาดหมาย ในส่วนของรูปเกม คาดว่าจะเป็น เปแอสเช ที่น่าจะทำได้เหนือกว่าในแง่ของการครองบอล และเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ แอร์เบ ไลป์ซิก เป็นบอลที่เน้นSystemทีมเวิร์ก ช่วยกันทั้งทีม ไม่พึ่งพานักเตะคนไหนเป็นพิเศษ และจะพยายามหาจังหวะสวนกลับ ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาทำได้ดี โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง และการสอดขึ้นมาจบสกอร์ของ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ส่วนเกมรับก็เหนียวแน่นสุดๆ โดยเฉพาะ ดาโยต์ อูปาเมกาโน ปราการหลังชาวฝรั่งเศส ที่กลายเป็นที่หมายปองของบรรดาสโมสรใหญ่ในยุโรป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพอบดกันไปแล้วจะเป็น ปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่เอาชนะไปได้แบบหวุดหวิด ด้วยความเฉียบคมของแนวรุก และผ่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

วิเคราะห์คู่ที่สอง โอลิมปิก ลียง พบ บาเยิร์น มิวนิก

เกมนี้เชื่อว่าหลายข้างยกให้ บาเยิร์น มิวนิก เป็นทีมเต็งที่จะได้รับชัยชนะ เพราะเวลานี้ขุมกำลังของพวกเขากำลังอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดในหลายตำแหน่ง เริ่มจากฟูลแบ็กซ้าย-ขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ที่เติมเกมรุกดุดันดีเหลือเกิน ต่อด้วยคู่มิดฟิลด์ ติอาโก อัลคันทารา กับ เลออน โกเรตซ์กา ก็ประสานงานกันได้อย่างพอดี ซึ่งจะได้เห็นจากเกมที่เอาชนะบาร์เซโลนา ที่พวกเขาทำเอาแผงมิดฟิลด์ของบาร์ซาแทบจะไร้ตัวตนเลยทีเดียว ส่วน โธมัส มุลเลอร์ ในตำแหน่งกองกลางตัวรุกก็สร้างสรรค์เกมได้ยอดเยี่ยมมาก และถ้าเผลอก็อาจจะโดนเขาทำประตูได้เช่นกัน ขณะที่ริมเส้นซ้าย-ขวา อิวาน เปริซิช กับ แซร์จ กนาบรี ก็กระชากผ่านคู่แข่งได้เก่งสุดๆ ปิดท้ายที่จอมถล่มประตูประจำทีม โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ที่เป็นฝันร้ายของกองหลังทุกคน

ด้าน โอลิมปิก ลียง ถือเป็นทีมที่เล่นเกมสวนกลับได้ดี และชอบมีการจ่ายบอลตัดหลังแนวรับคู่แข่งให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยรอบรองชนะเลิศ เชื่อว่า รูดี การ์เซีย น่าจะส่ง มุสซา เดมเบเล กองหน้าชาวฝรั่งเศส ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงก่อน เมมฟิส เดปาย ภายหลังที่ เดมเบเล ลงมาเป็นผู้เล่นสำรองแล้วทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทีมเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาในรอบที่แล้ว นอกจากนี้ ฮุสเซม อูอาร์ ก็เป็นอีกแข้งคนสำคัญในแดนกลางของลียง เพราะมีการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม และสร้างสรรค์เกมรุกได้ดีอีกด้วย แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะเป็น บาเยิร์น มิวนิก ที่ครบเครื่องกว่าในทุกตำแหน่ง และจะเอาชนะ โอลิมปิก ลียง ตีตั๋วไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

วิเคราะห์นัดชิงชนะเลิศ (ถ้าหากขึ้นจริง) ปารีส แซงต์ แชร์แมง พบ บาเยิร์น มิวนิก

ถ้าคู่ชิงชนะเลิศปีนี้จะเป็นการดวลกันระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง กับ บาเยิร์น มิวนิก ก็ถือเป็นบิ๊กแมตช์เลยทีเดียว เพราะทั้งสองทีมต่างก็เป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศตัวเอง และจะเป็นเกมที่เข้มข้นอย่างแน่ๆ แต่อย่างที่ได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้ว่า บาเยิร์น มิวนิก คือทีมที่ค่อนข้างบริบูรณ์แบบในทุกๆ ตำแหน่ง สามารถโจมตีได้อย่างทุกทิศทุกทาง ต่างจาก เปแอสเช ที่ชอบใช้ความชำนาญเฉพาะตัวของนักเตะบางคนเท่านั้นในการเล่นงานเกมรับคู่แข่ง และความหลากหลายที่มากกว่า น่าจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ เสือใต้ มีโอกาสสูงสุดที่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้มาครอง

ในที่สุดศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 ก็เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศกันแล้ว โดย 4 ทีมที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนสามารถก้าวมาถึงรอบนี้ได้ ประกอบด้วย “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี, แอร์เบ ไลป์ซิก อีกทีมแกร่งจากบุนเดสลีกา และ 2 สโมสรดังจากลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง กับ โอลิมปิก ลียง

ผลงานในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้ ของทั้ง 4 ทีม

เล่นกันเองแล้ว “ลีดส์” จ้องคว้า 2 แนวรุกหงส์แดงเติมโหด
เฟิง คุณ อดีตมือเซตทีมชาติจีน แนะตบสาวไทยควรเล่นเร็วขึ้นและซ้อมให้หนัก
สื่อดังเผย “แมนยูฯ” อาจล้มดีล “ซานโช” หนึ่งปัจจัยหลักส่งผลกระทบโดยตรง
บาเยิร์น มิวนิก

บาเยิร์น มิวนิก ภายใต้การคุมทัพของ ฮันซี ฟลิก เทรนเนอร์มาดเฮี้ยบ ระเบิดฟอร์มสุดดุดันสมฉายาเสือใต้ เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มบี จากนั้นรอบ 16 ทีม เอาชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 7-1 (นัดแรกบุกชนะ 3-0, นัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 4-1) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะสร้างมหกรรมยำใหญ่ไล่ยำ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ยอดทีมจาก ลา ลีกา สเปน ไปอย่างย่อยยับ 8-2 ผ่านไปสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 9 นัด ยิงได้ 39 ประตู เสีย 8 ประตู

ปารีส แซงต์ แชร์แมง

ปารีส แซงต์ แชร์แมง หรือที่แฟนบอลรู้จักกันดีในชื่อ “เปแอสเช” ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล มีผลงานที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มเอ จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2 (นัดแรกบุกแพ้ 1-2, นัดที่สองเปิดบ้านชนะ 2-0) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะยิงแซงเอาชนะ อตาลันตา ม้ามืดจากกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ไปแบบหวุดหวิด 2-1 ลิ่วไปสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 7 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 1 นัด กระหน่ำไป 22 ประตู เสียไป 5 ประตู

โอลิมปิก ลียง

โอลิมปิก ลียง ภายใต้การคุมทีมของ รูดี การ์เซีย โชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยม เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มจี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย พิชิตโคตรทีมแห่ง กัลโช เซเรีย อา อิตาลี อย่าง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ด้วยกฎอเวย์โกล หลังสกอร์รวม 2 นัด เสมอกัน 2-2 หลังจากนัดแรกชนะ 1-0 และนัดที่สองบุกไปแพ้ 1-2 ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะหักปากกาเซียนโค่นเต็ง 1 อย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 3-1 ทะลุเผ่านาสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 4 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 3 นัด ซัดไป 14 ประตู เสีย 11 ประตู

แอร์เบ ไลป์ซิก

แอร์เบ ไลป์ซิก ภายใต้การคุมทีมของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ม้ามืดจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่ผ่านเผ่านาสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ เส้นทางพวกเขาเริ่มจากคว้าแชมป์กลุ่มจี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-0 (นัดแรกบุกชนะ 1-0, นัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 3-0) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะเฉือนเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ทีมจาก ลา ลีกา สเปน ไป 2-1 ทะลุสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 6 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 1 นัด ทำได้ 17 ประตู เสียไป 9 ประตู

โปรแกรมรอบรองชนะเลิศ

แอร์เบ ไลป์ซิก พบ ปารีส แซงต์-แชร์แมง (สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ) : วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2563

โอลิมปิก ลียง พบ บาเยิร์น มิวนิก (สนาม เอสตาดิโอ โชเซ อัลวาลาด) :- วันพุธที่ 19 สิงหาคม :

วิเคราะห์คู่แรก: แอร์เบ ไลป์ซิก พบ ปารีส แซงต์แชร์แมง

ถือเป็นแมตช์ที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก เมื่อทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่นำมาโดย เนย์มาร์ ยอดกองหน้าทีมชาติบราซิล และ คีเลียน เอ็มบัปเป แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสดีกรีแชมป์บอลโลก 2018 ต้องมาปะทะแข้งกับม้ามืดอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ที่ทะลุเผ่านาถึงรอบนี้ได้แบบเหนือความคาดหมาย ในส่วนของรูปเกม คาดว่าจะเป็น เปแอสเช ที่น่าจะทำได้เหนือกว่าในแง่ของการครองบอล และเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ แอร์เบ ไลป์ซิก เป็นบอลที่เน้นSystemทีมเวิร์ก ช่วยกันทั้งทีม ไม่พึ่งพานักเตะคนไหนเป็นพิเศษ และจะพยายามหาจังหวะสวนกลับ ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาทำได้ดี โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง และการสอดขึ้นมาจบสกอร์ของ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ส่วนเกมรับก็เหนียวแน่นสุดๆ โดยเฉพาะ ดาโยต์ อูปาเมกาโน ปราการหลังชาวฝรั่งเศส ที่กลายเป็นที่หมายปองของบรรดาสโมสรใหญ่ในยุโรป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพอบดกันไปแล้วจะเป็น ปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่เอาชนะไปได้แบบหวุดหวิด ด้วยความเฉียบคมของแนวรุก และผ่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

วิเคราะห์คู่ที่สอง โอลิมปิก ลียง พบ บาเยิร์น มิวนิก

เกมนี้เชื่อว่าหลายข้างยกให้ บาเยิร์น มิวนิก เป็นทีมเต็งที่จะได้รับชัยชนะ เพราะเวลานี้ขุมกำลังของพวกเขากำลังอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดในหลายตำแหน่ง เริ่มจากฟูลแบ็กซ้าย-ขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ที่เติมเกมรุกดุดันดีเหลือเกิน ต่อด้วยคู่มิดฟิลด์ ติอาโก อัลคันทารา กับ เลออน โกเรตซ์กา ก็ประสานงานกันได้อย่างพอดี ซึ่งจะได้เห็นจากเกมที่เอาชนะบาร์เซโลนา ที่พวกเขาทำเอาแผงมิดฟิลด์ของบาร์ซาแทบจะไร้ตัวตนเลยทีเดียว ส่วน โธมัส มุลเลอร์ ในตำแหน่งกองกลางตัวรุกก็สร้างสรรค์เกมได้ยอดเยี่ยมมาก และถ้าเผลอก็อาจจะโดนเขาทำประตูได้เช่นกัน ขณะที่ริมเส้นซ้าย-ขวา อิวาน เปริซิช กับ แซร์จ กนาบรี ก็กระชากผ่านคู่แข่งได้เก่งสุดๆ ปิดท้ายที่จอมถล่มประตูประจำทีม โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ที่เป็นฝันร้ายของกองหลังทุกคน

ด้าน โอลิมปิก ลียง ถือเป็นทีมที่เล่นเกมสวนกลับได้ดี และชอบมีการจ่ายบอลตัดหลังแนวรับคู่แข่งให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยรอบรองชนะเลิศ เชื่อว่า รูดี การ์เซีย น่าจะส่ง มุสซา เดมเบเล กองหน้าชาวฝรั่งเศส ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงก่อน เมมฟิส เดปาย ภายหลังที่ เดมเบเล ลงมาเป็นผู้เล่นสำรองแล้วทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทีมเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาในรอบที่แล้ว นอกจากนี้ ฮุสเซม อูอาร์ ก็เป็นอีกแข้งคนสำคัญในแดนกลางของลียง เพราะมีการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม และสร้างสรรค์เกมรุกได้ดีอีกด้วย แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะเป็น บาเยิร์น มิวนิก ที่ครบเครื่องกว่าในทุกตำแหน่ง และจะเอาชนะ โอลิมปิก ลียง ตีตั๋วไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

วิเคราะห์นัดชิงชนะเลิศ (ถ้าหากขึ้นจริง) ปารีส แซงต์ แชร์แมง พบ บาเยิร์น มิวนิก

ถ้าคู่ชิงชนะเลิศปีนี้จะเป็นการดวลกันระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง กับ บาเยิร์น มิวนิก ก็ถือเป็นบิ๊กแมตช์เลยทีเดียว เพราะทั้งสองทีมต่างก็เป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศตัวเอง และจะเป็นเกมที่เข้มข้นอย่างแน่ๆ แต่อย่างที่ได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้ว่า บาเยิร์น มิวนิก คือทีมที่ค่อนข้างบริบูรณ์แบบในทุกๆ ตำแหน่ง สามารถโจมตีได้อย่างทุกทิศทุกทาง ต่างจาก เปแอสเช ที่ชอบใช้ความชำนาญเฉพาะตัวของนักเตะบางคนเท่านั้นในการเล่นงานเกมรับคู่แข่ง และความหลากหลายที่มากกว่า น่าจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ เสือใต้ มีโอกาสสูงสุดที่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้มาครอง

ในที่สุดศึกบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 2019-20 ก็เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศกันแล้ว โดย 4 ทีมที่ฝ่าฟันอุปสรรคจนสามารถก้าวมาถึงรอบนี้ได้ ประกอบด้วย “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี, แอร์เบ ไลป์ซิก อีกทีมแกร่งจากบุนเดสลีกา และ 2 สโมสรดังจากลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง กับ โอลิมปิก ลียง

ผลงานในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้ ของทั้ง 4 ทีม

เล่นกันเองแล้ว “ลีดส์” จ้องคว้า 2 แนวรุกหงส์แดงเติมโหด
เฟิง คุณ อดีตมือเซตทีมชาติจีน แนะตบสาวไทยควรเล่นเร็วขึ้นและซ้อมให้หนัก
สื่อดังเผย “แมนยูฯ” อาจล้มดีล “ซานโช” หนึ่งปัจจัยหลักส่งผลกระทบโดยตรง
บาเยิร์น มิวนิก

บาเยิร์น มิวนิก ภายใต้การคุมทัพของ ฮันซี ฟลิก เทรนเนอร์มาดเฮี้ยบ ระเบิดฟอร์มสุดดุดันสมฉายาเสือใต้ เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มบี จากนั้นรอบ 16 ทีม เอาชนะ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 7-1 (นัดแรกบุกชนะ 3-0, นัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 4-1) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะสร้างมหกรรมยำใหญ่ไล่ยำ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ยอดทีมจาก ลา ลีกา สเปน ไปอย่างย่อยยับ 8-2 ผ่านไปสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 9 นัด ยิงได้ 39 ประตู เสีย 8 ประตู

ปารีส แซงต์ แชร์แมง

ปารีส แซงต์ แชร์แมง หรือที่แฟนบอลรู้จักกันดีในชื่อ “เปแอสเช” ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล มีผลงานที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มเอ จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2 (นัดแรกบุกแพ้ 1-2, นัดที่สองเปิดบ้านชนะ 2-0) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะยิงแซงเอาชนะ อตาลันตา ม้ามืดจากกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ไปแบบหวุดหวิด 2-1 ลิ่วไปสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 7 นัด เสมอ 1 นัด แพ้ 1 นัด กระหน่ำไป 22 ประตู เสียไป 5 ประตู

โอลิมปิก ลียง

โอลิมปิก ลียง ภายใต้การคุมทีมของ รูดี การ์เซีย โชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยม เริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มจี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย พิชิตโคตรทีมแห่ง กัลโช เซเรีย อา อิตาลี อย่าง “ม้าลาย” ยูเวนตุส ด้วยกฎอเวย์โกล หลังสกอร์รวม 2 นัด เสมอกัน 2-2 หลังจากนัดแรกชนะ 1-0 และนัดที่สองบุกไปแพ้ 1-2 ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะหักปากกาเซียนโค่นเต็ง 1 อย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 3-1 ทะลุเผ่านาสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 4 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 3 นัด ซัดไป 14 ประตู เสีย 11 ประตู

แอร์เบ ไลป์ซิก

แอร์เบ ไลป์ซิก ภายใต้การคุมทีมของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ม้ามืดจากบุนเดสลีกา เยอรมนี ที่ผ่านเผ่านาสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ เส้นทางพวกเขาเริ่มจากคว้าแชมป์กลุ่มจี จากนั้นรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอาชนะ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปด้วยสกอร์รวม 2 นัด 4-0 (นัดแรกบุกชนะ 1-0, นัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 3-0) ก่อนที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะเฉือนเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด ทีมจาก ลา ลีกา สเปน ไป 2-1 ทะลุสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ รวมแล้วพวกเขาลงเล่นไป 9 นัด ชนะ 6 นัด เสมอ 2 นัด แพ้ 1 นัด ทำได้ 17 ประตู เสียไป 9 ประตู

โปรแกรมรอบรองชนะเลิศ

แอร์เบ ไลป์ซิก พบ ปารีส แซงต์-แชร์แมง (สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุซ) : วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2563

โอลิมปิก ลียง พบ บาเยิร์น มิวนิก (สนาม เอสตาดิโอ โชเซ อัลวาลาด) :- วันพุธที่ 19 สิงหาคม :

วิเคราะห์คู่แรก: แอร์เบ ไลป์ซิก พบ ปารีส แซงต์แชร์แมง

ถือเป็นแมตช์ที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก เมื่อทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์อย่างปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่นำมาโดย เนย์มาร์ ยอดกองหน้าทีมชาติบราซิล และ คีเลียน เอ็มบัปเป แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศสดีกรีแชมป์บอลโลก 2018 ต้องมาปะทะแข้งกับม้ามืดอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ที่ทะลุเผ่านาถึงรอบนี้ได้แบบเหนือความคาดหมาย ในส่วนของรูปเกม คาดว่าจะเป็น เปแอสเช ที่น่าจะทำได้เหนือกว่าในแง่ของการครองบอล และเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ แอร์เบ ไลป์ซิก เป็นบอลที่เน้นSystemทีมเวิร์ก ช่วยกันทั้งทีม ไม่พึ่งพานักเตะคนไหนเป็นพิเศษ และจะพยายามหาจังหวะสวนกลับ ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาทำได้ดี โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง และการสอดขึ้นมาจบสกอร์ของ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ส่วนเกมรับก็เหนียวแน่นสุดๆ โดยเฉพาะ ดาโยต์ อูปาเมกาโน ปราการหลังชาวฝรั่งเศส ที่กลายเป็นที่หมายปองของบรรดาสโมสรใหญ่ในยุโรป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าพอบดกันไปแล้วจะเป็น ปารีส แซงต์ แชร์แมง ที่เอาชนะไปได้แบบหวุดหวิด ด้วยความเฉียบคมของแนวรุก และผ่านไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

วิเคราะห์คู่ที่สอง โอลิมปิก ลียง พบ บาเยิร์น มิวนิก

เกมนี้เชื่อว่าหลายข้างยกให้ บาเยิร์น มิวนิก เป็นทีมเต็งที่จะได้รับชัยชนะ เพราะเวลานี้ขุมกำลังของพวกเขากำลังอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดในหลายตำแหน่ง เริ่มจากฟูลแบ็กซ้าย-ขวาอย่าง อัลฟอนโซ เดวีส์ และ โจชัว คิมมิช ที่เติมเกมรุกดุดันดีเหลือเกิน ต่อด้วยคู่มิดฟิลด์ ติอาโก อัลคันทารา กับ เลออน โกเรตซ์กา ก็ประสานงานกันได้อย่างพอดี ซึ่งจะได้เห็นจากเกมที่เอาชนะบาร์เซโลนา ที่พวกเขาทำเอาแผงมิดฟิลด์ของบาร์ซาแทบจะไร้ตัวตนเลยทีเดียว ส่วน โธมัส มุลเลอร์ ในตำแหน่งกองกลางตัวรุกก็สร้างสรรค์เกมได้ยอดเยี่ยมมาก และถ้าเผลอก็อาจจะโดนเขาทำประตูได้เช่นกัน ขณะที่ริมเส้นซ้าย-ขวา อิวาน เปริซิช กับ แซร์จ กนาบรี ก็กระชากผ่านคู่แข่งได้เก่งสุดๆ ปิดท้ายที่จอมถล่มประตูประจำทีม โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ที่เป็นฝันร้ายของกองหลังทุกคน

ด้าน โอลิมปิก ลียง ถือเป็นทีมที่เล่นเกมสวนกลับได้ดี และชอบมีการจ่ายบอลตัดหลังแนวรับคู่แข่งให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง โดยรอบรองชนะเลิศ เชื่อว่า รูดี การ์เซีย น่าจะส่ง มุสซา เดมเบเล กองหน้าชาวฝรั่งเศส ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงก่อน เมมฟิส เดปาย ภายหลังที่ เดมเบเล ลงมาเป็นผู้เล่นสำรองแล้วทำคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ทีมเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาในรอบที่แล้ว นอกจากนี้ ฮุสเซม อูอาร์ ก็เป็นอีกแข้งคนสำคัญในแดนกลางของลียง เพราะมีการจ่ายบอลที่ยอดเยี่ยม และสร้างสรรค์เกมรุกได้ดีอีกด้วย แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วจะเป็น บาเยิร์น มิวนิก ที่ครบเครื่องกว่าในทุกตำแหน่ง และจะเอาชนะ โอลิมปิก ลียง ตีตั๋วไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

วิเคราะห์นัดชิงชนะเลิศ (ถ้าหากขึ้นจริง) ปารีส แซงต์ แชร์แมง พบ บาเยิร์น มิวนิก

ถ้าคู่ชิงชนะเลิศปีนี้จะเป็นการดวลกันระหว่าง ปารีส แซงต์ แชร์แมง กับ บาเยิร์น มิวนิก ก็ถือเป็นบิ๊กแมตช์เลยทีเดียว เพราะทั้งสองทีมต่างก็เป็นแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศตัวเอง และจะเป็นเกมที่เข้มข้นอย่างแน่ๆ แต่อย่างที่ได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้ว่า บาเยิร์น มิวนิก คือทีมที่ค่อนข้างบริบูรณ์แบบในทุกๆ ตำแหน่ง สามารถโจมตีได้อย่างทุกทิศทุกทาง ต่างจาก เปแอสเช ที่ชอบใช้ความชำนาญเฉพาะตัวของนักเตะบางคนเท่านั้นในการเล่นงานเกมรับคู่แข่ง และความหลากหลายที่มากกว่า น่าจะเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ เสือใต้ มีโอกาสสูงสุดที่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้มาครอง

Tags: , , ,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*